ใครคือเด็กด้อยโอกาส

           ในอดีตเมื่อเราพูดถึงเด็กด้อยโอกาส เรามักนึกถึงกลุ่มเด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจน ซึ่งส่วนมากจะเป็นครอบครัวในชนบทห่างไกล กลุ่มเด็กเหล่านี้มักขาดโอกาสในทุกๆเรื่อง แต่เมื่อสังคมเริ่มเปลี่ยนไป ลักษณะความเป็นเมืองขยายออกไปมากขึ้น สังคมเมืองเดิมก็มีสภาพที่ซับซ้อนและยุ่งเหยิง ผู้คนในสังคมเมืองที่ดูเหมือนมีโอกาสในการดำรงชีวิตที่ดี ก็เริ่มมีปัญหาในชีวิตมากขึ้น ผู้คนต้องดิ้นรนเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตด้านวัตถุสูงขึ้น ครอบครัวจำนวนมากอยู่ในภาวะที่เปราะบาง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อเด็กทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ทำให้เกิดกลุ่มเด็กด้อยโอกาสในลักษณะที่หลากหลายมากกว่าเดิม

           เมื่อไม่กี่วันมานี้ได้ดูรายการในโทรทัศน์ประเภทที่เรียกว่า free TV คือไม่ต้องเสียเงินจ่าย (แต่อาจเสียอย่างอื่น) ออกอากาศในช่วงที่เป็นเวลาของเด็กๆ โดยรายการวันนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับข่าวที่นักแสดงคนหนึ่งมีปัญหากับคู่สมรส มีการทำร้ายร่างกายกันและฟ้องเป็นคดีอยู่ ฝ่ายหญิงที่เป็นโจทย์กล่าวหาว่าสามีทำร้ายร่างกายมาออกรายการพร้อมกับนำลูกอายุประมาณ 4-5 ปีมาด้วย พิธีกรสองคนช่วยกันซักถามรายละเอียดของปัญหากับคนเป็นแม่โดยมีเด็กนั่งอยู่ข้างๆ การพูดคุยที่เกิดขึ้นย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องกล่าวถึงอีกฝ่าย ซึ่งเป็นพ่อของเด็ก และแน่นอนว่าต้องพูดถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้น และในที่สุดพูดถึงความรู้สึกที่บอบช้ำ คนเป็นแม่ก็ร้องไห้ พิธีกรก็พยายามบอกให้เด็กช่วยเช็ดน้ำตาให้แม่ เพราะแม่เล่าว่าเมื่อร้องไห้ที่บ้านเด็กจะช่วยเช็ดน้ำตา เห็นแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่าสิ่งที่รายการนำเสนอด้วยการนำเด็กมาด้วยเป็นความตั้งใจของแม่เด็ก หรือเป็นความตั้งใจ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆของผู้จัดรายการ ไม่รู้จริงๆว่าการนำเด็กมาออกรายการพร้อมแม่ รับฟังเรื่องไม่ดีระหว่างพ่อกับแม่อีกครั้ง เห็นแม่ร้องไห้อีกครั้ง เป็นการทำร้ายเด็ก (อีกครั้ง)

           เด็กๆโดยเฉพาะเด็กเล็กๆควรได้รับการปกป้องจากการถูกทำร้าย และการทำร้ายในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะการทำร้ายร่างกายด้วยการทุบตี แต่การทำร้ายด้านจิตใจแม้โดยไม่มีเจตนา ก็เป็นการตอกย้ำประสบการณ์ด้านลบให้ฝังอยู่ในสมองที่กำลังพัฒนาของเด็ก วัยเด็กเป็นวัยที่สดใส ควรมีโอกาสในการเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ เด็กจำเป็นต้องเรียนรู้ความยากลำบากที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตบ้าง แต่ต้องเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเหมาะสมกับวัย ถ้าในที่สุดเด็กจะไม่มีโอกาสเติบโตมาในครอบครัวที่มีพ่อแม่ครบถ้วน ก็คงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเด็กจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวต่อไป แต่เด็กมีสิทธิที่จะรักษาความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับพ่อไว้ เพื่อที่วันหนึ่งข้างหน้าเขาเติบโตขึ้นเป็นพ่อคน จะยังมีแบบอย่างที่ดีหลงเหลืออยู่บ้าง และหากมองจากมุมของเด็กเอง เขาอาจจะยังมีความรู้สึกรักและผูกพันกับพ่ออยู่ด้วยบ้าง 

           จากประสบการณ์ที่ทำงานมานาน ทำให้ผู้เขียนเข้าใจความยากลำบากของพ่อแม่ในยุคปัจจุบันอย่างยิ่ง และมีความเชื่อส่วนตัวว่าทุกคนต่างก็เป็นเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในสังคม ซึ่งมาพร้อมกับความเครียดในชีวิตมากมาย หากเลือกได้พ่อแม่เกือบทั้งหมดก็น่าจะอยากทำหน้าที่พ่อแม่สำหรับลูกตัวเองอย่างดีที่สุด เพราะสัญชาตญาณปกติของสัตว์โลก 

           อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนซึ่งมีหน้าที่นำเสนอเรื่องราวต่างๆ ควรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและเด็กๆของเรา หากไม่สามารถสร้างสรรค์ ก็ไม่ควรจะทำร้ายเด็กๆ หลายปีก่อน ผู้เขียนเคยเห็นรายการข่าวในโทรทัศน์เกี่ยวกับเด็กถูกทำร้ายทางเพศ และนักข่าวในสมัยนั้นพยายามจับภาพหน้าของเด็ก รวมถึงพยายามสัมภาษณ์อย่างมาก เห็นแล้วทนไม่ไหวจนต้องเขียนบทความเกี่ยวกับสิทธิของเด็กและความรับผิดชอบของสื่อมวลชนส่งไปหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ด้วยความรู้ที่มากขึ้นในหลายปีที่ผ่านมา ตลอดจนการมีกฎหมายที่ปกป้องสิทธิเด็กอย่างชัดเจนเมื่อเด็กอยู่ในคดีที่มีการฟ้องร้อง น่าจะมีส่วนที่ทำให้สื่อมวลชนต่างๆทำหน้าที่นำเสนอข่าวเมื่อเด็กถูกทำร้ายอย่างเข้าใจและแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้นชัดเจน ครั้งนี้ก็หวังว่าเป็นเพราะความไม่รู้ จึงเกิดเรื่องที่เล่ามาข้างต้น และคงจะมีการปรับปรุงในครั้งต่อๆไป



รศ.พญ.นิชรา  เรืองดารกานนท์


 

 
Member Login
E-mail :
Pass :
( 113 )
เลื่อนเลือกจำนวน ที่ต้องการที่นี่ »
 
   
โครงการพัฒนาศักยภาพประชากรไทย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ชั้น 8 ถนนพระราม 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม 10400
Tel. 02-2003832  Fax 02-2003831  E-mail:thaidevelopment@hotmail.com
                  Copyright 2013 © ReadtoLive.net. All right reserved.