เรื่อง   ความทุ่มเทและความอดทนไม่สูญเปล่า...ของแม่ขิงเพื่อน้องหยก

“ไก่ ไก่ เต่า ปลา” เสียงของเด็กหญิงตัวน้อยที่เกือบจะไม่มีวันนี้  ถ้าไม่มีแม่ที่ทุ่มเทและตั้งใจจริง.... น้องหยกที่ไม่สนใจนิทานตั้งแต่แรก ...สุดท้ายหันมาชอบอ่านหนังสือเพราะอะไร

แม่ขิง..เป็นพยาบาลสาวนิสัยร่าเริง เพราะเพิ่งมีลูกคนแรก จึงยังขาดประสบการณ์และความอดทนในการเลี้ยงลูก เริ่มต้นแม่ขิงก็ไม่ประสบความสำเร็จกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แล้ว   แม่ขิงเพิ่งได้รู้ความสำคัญของการอ่านหนังสือให้ลูกฟังหลังเข้าร่วมโครงการหนังสือเล่มแรกของโครงการพัฒนาศักยภาพประชากรไทยเมื่อน้องหยกอายุได้6เดือน    ก่อนหน้านั้นแทบจะไม่ได้อ่านหนังสือให้ลูกฟังเลย  ช่วงแรกที่เริ่มอ่านหนังสือ แม่ขิงจึงเกิดอาการท้อแท้กับการอ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟังอย่างยิ่ง  เพราะน้องหยกไม่ฟัง เบือนหน้าหนี ไม่สนใจ มองฟ้ามองพื้นตามประสา   และที่บ้านปู่ย่าตายายก็ชอบเปิดทีวีซึ่งดูเหมือนน้องจะชอบดูทีวีมากกว่า  หลังจากปรับกลยุทธ์ใหม่ ปิดทีวี หนีไปอยู่ที่อื่นตอนจะอ่านหนังสือ อ่านจบเล่มทุกครั้งแต่สั้นลง หาของมาเล่นระหว่างอ่าน ร้องเพลงประกอบ(น้องชอบเต้นกับฟังเพลง)  น้องก็ดูจะสนใจขึ้นแต่ไม่มาก หนังสือเหมือนจะห่างจากน้องไปเรื่อยๆ เพราะแม่จะได้อ่านแค่ช่วงก่อนนอน  ตอนกลางวันต้องไปทำงาน บางช่วงแม่ขิงขึ้นเวรก็ไม่ได้อ่านเลย...2เดือนผ่านไป...ก็ยังไม่มีทีท่าว่าน้องจะชอบหนังสือจนแม่ขิงเริ่มถอดใจ.... นี่ลูกจะไม่ชอบนิทานจริงๆหรือ...แต่อยู่มาวันหนึ่งแม่ขิงก็พบวิธีสุดวิเศษ..ใช้ตุ๊กตาหมีพูตัวใหญ่ๆที่น้องกอดทุกวัน มานั่งด้วยทุกครั้งเวลาอ่าน เหมือนว่าแม่จะอ่านนิทานให้พี่หมีพูฟังแล้วนะ แล้วเรียกน้องหยกมาฟังด้วย น้องก็จะตื่นเต้นและนั่งฟังนิทานกับพี่หมีจนจบ สมาธิในการฟังของน้องดูจะมากขึ้นทีละนิด แต่กำลังใจของแม่ขิงกลับเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย เมื่อเห็นว่าลูกสนใจ แม่ขิงจึงจัดระเบียบเคร่งครัด  ทุกคืนประมาณ2ทุ่ม พาลูกเข้าห้องนอนทันที ปิดทีวี อุ้มพี่หมีมานั่งบนเตียง น้องหยกเห็นก็จะรู้ว่านี่ถึงเวลาฟังนิทานกับพี่หมีแล้ว น้องจะคลานมาหาและนั่งฟังอย่างตั้งใจ จากช่วงแรกได้เล่มเดียว ตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็น2 เล่ม 3 เล่ม และ 5เล่มตามลำดับ ...น้องชอบกุ๊กไก่ปวดท้องที่สุด แค่หยิบก็จะทำท่ายิ้มดีใจและปรบมือ... 

...พอถึงหน้าที่กุ๊กไก่ทำหน้าปวดท้อง น้องก็จะเอามือจับท้อง...

…พอบอกว่ากุ๊กไก่ปวดท้องร้องไห้ น้องก็จะส่งเสียง ฮือๆๆๆๆๆ

...พอถึงหน้าที่เด็กๆดีใจ น้องก็จะหัวเราะ...   

....แล้วยกมือไหว้พร้อมกับก้มหัวขอบคุณกับหน้าสุดท้ายเป็นการขอบคุณป้าหมอหมีค่ะ......

อีกเล่มคือ รู้ไหมหนูชอบทำอะไรกับแม่ เวลาอ่านแม่ขิงจะบอกน้องหยกว่า เด็กที่เห็นในรูปคือน้องหยกนะ น้องจะชอบก้มลงหอมหนังสือหน้าที่เป็นรูปเด็กยิ้ม  ทำท่าลูบหัวตัวเองและพูดคำว่า “เบาๆ”  เหมือนทุกครั้งที่คุณแม่ลูบหัวน้อง  

บางครั้งก็ลุกขึ้นมารำวง ตอนที่อ่านถึงหน้า “สนุกสนานร้องรำทำเพลง”

ตอนน้องหยกอายุ1 ปี น้องพูดได้หลายคำ เป็นคำเรียกสัตว์ที่มาจากหนังสือนิทาน “ไก่ เต่า เต่า เต่า  ปลา” ซึ่งสามารถเรียกชื่อสัตว์ได้เกือบทุกตัวในหนังสือเรื่องกุ๊กไก่  เวลาเห็นรูปไก่ตรงโปสเตอร์วัดความสูงน้องก็พูดออกมาเองว่า ไก่  แล้วหัวเราะ 

จนถึงตอนนี้น้องยังอ่านหนังสือทุกวัน คุณแม่คุณลูกมีความสุขกันมากกับช่วงนิทานก่อนนอน น้องออกเสียงตามทุกหน้าเวลาแม่เปิดหนังสือ ทำเหมือนว่าอ่านหนังสือออก บางทีก็เดินไปหยิบหนังสือมานั่งเปิดเอง หัวเราะเองคนเดียว 

แม่ขิงมีความสุขมากและรู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกสาวเป็นที่สุด เพราะคนอื่นๆที่ได้พบเจอน้องหยกพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเด็กอะไรฉลาดจังเลย ตอนนี้ทุกคนในบ้านเชื่อมั่นว่าหนังสือทำให้เด็กฉลาดจริงๆให้ความสำคัญกับการอ่านหนังสือมากกว่าการดูทีวีเพราะทุกคนเห็นความก้าวหน้าของพัฒนาการหลาน  โดยช่วงเวลา 2 ทุ่มของทุกวันจะให้เป็นเวลาอ่านหนังสือของหยก  เมื่อแม่ขิงไม่อยู่ก็เป็นหน้าที่ของคุณพ่อ  คุณปู่ หรือคุณย่าแทน  ในบ้านจึงเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้และเต็มไปด้วยความรัก  

...เห็นน้องหยกแล้วคุณจะรับรู้ได้ทันทีว่า...ความตั้งใจและความทุ่มเทไม่เคยสูญเปล่าจริงๆค่ะ 


 
Member Login
E-mail :
Pass :
( 84 )
เลื่อนเลือกจำนวน ที่ต้องการที่นี่ »
 
   
โครงการพัฒนาศักยภาพประชากรไทย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ชั้น 8 ถนนพระราม 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม 10400
Tel. 02-2003832  Fax 02-2003831  E-mail:thaidevelopment@hotmail.com
                  Copyright 2013 © ReadtoLive.net. All right reserved.