อ่านกันสนุกใหญ่ที่ daycare โรงพยาบาลรามาธิบดี (ตอนที่ 2)


           ตัวเด็กพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด และทุกคนพูดตรงกันคือเรื่องสมาธิ เด็กทั้งหมดมีสมาธิดีขึ้นโดยเฉพาะสมาธิในการฟัง

           "จากการเก็บข้อมูลในพื้นที่ต่างๆ ที่ร่วมกิจกรรมการส่งเสริมการอ่านกับทางโครงการพัฒนาศักยภาพประชากรไทยในช่วงที่ผ่านมา ผู้ปกครองจำนวนมากก็สังเกตเห็นและรายงานว่าเด็กมีสมาธิดีขึ้น”



           ลองคิดดูว่าในชีวิตเด็กเล็กๆ ช่วงสองสามปีแรก เสียงส่วนใหญ่ที่อยู่รอบตัวเด็ก คือ เสียงผู้ใหญ่ที่เป็นคนเลี้ยงดู ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือพี่เลี้ยง และส่วนมากน่าจะเป็นเสียงพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องต่างๆในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นซ้ำๆเป็นประจำ ซึ่งคงจะน่าสนใจน้อยลงเรื่อยๆสำหรับเด็ก เมื่อเด็กค่อยๆเติบโตขึ้น ก็จะเริ่มซุกซน อยู่ไม่นิ่ง เหมือนไม่ค่อยเชื่อฟัง คนเลี้ยงก็มักจะต้องส่งเสียงห้ามปรามหรือดุว่ามากขึ้นเรื่อยๆ  จึงมีความเป็นไปได้ว่า การที่เด็กได้ยินเสียงเล่านิทานที่เกิดขึ้นซ้ำๆด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลินต่อเนื่อง จะช่วยพัฒนาการมีสมาธิจดจ่อขั้นพื้นฐาน และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างคนเลี้ยงกับเด็กได้เป็นอย่างดี แม้บางครั้งจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นบ้างระหว่างเด็กกับผู้เลี้ยงดู แต่ก็ยังมีช่วงเวลาดีๆในระหว่างการอ่านนิทานเป็นภูมิคุ้มกันเรื่องความสัมพันธ์

           พฤติกรรมอีกอย่างที่พี่เลี้ยงเล่าว่าสังเกตเห็นได้ คือเด็กๆมักจะร้องกรี๊ดๆกันน้อยลง ก่อนจะมีมหกรรมการอ่านหนังสือนิทานเหมือนทุกวันนี้ เด็กที่โตประมาณ 1-2 ปีขึ้นมามักร้องกรี๊ดๆกันบ่อย บางครั้งไม่ได้เกิดจากงอแง หรือถูกขัดใจ แต่เป็นพฤติกรรมเลียบแบบ และบางทีก็กรี๊ดเล่นกันสนุกๆ (สงสัยเหมือนดูคอนเสิร์ต) แต่พออ่านนิทานเป็นประจำ อาการกรี๊ดของเด็กๆก็ลดน้อยลงไปมาก



           เราเริ่มอ่านนิทานที่ daycare รามากันตั้งแต่เด็กอายุ 4 เดือน เด็กๆก็ดูสนใจ มองตามภาพในหนังสือ พอโตขึ้นมาประมาณ 6-9 เดือน ก็เริ่มไขว่คว้า อยากหยิบจับหนังสือ ทำเสียงต่างๆแม้ไม่เป็นคำ หลังจากคืบคลานได้ ก็เริ่มเคลื่อนไหว เราก็จะเห็นเด็กแต่ละคนมีพฤติกรรมในการฟังไม่เหมือนกัน บางคนนั่งนิ่งๆไม่ติงไหว บางคนขยับตัวไปมาบ้าง บางคนเดินเล่นไปมาแล้วหันมาสนใจฟังเป็นระยะ สงสัยว่าจะเลือกฟังเฉพาะเรื่องที่ตัวเองชอบ พออายุ 12-18 เดือนเด็กๆเริ่มพูดได้บ้าง ก็จะส่งเสียงเป็นคำ เลียนเสียงเล่านิทานของพี่เลี้ยง ชี้ตามรูปภาพ หรือชี้เมื่อถูกถาม ในกลุ่มที่อายุมากขึ้น

           สิ่งที่พี่เลี้ยงสังเกตเห็นได้ชัดคือ เด็กๆจะมีการแสดงออกต่างๆมากขึ้น นอกจากการเลียนเสียงพูด หรือพยายามพูดเกี่ยวกับเรื่องในนิทาน เด็กยังแสดงออกด้วยท่าทาง การเคลื่อนไหว การทำสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในนิทาน เด็กบางคนที่พูดได้มากหน่อย จะเล่านิทานได้เองจนจบเรื่องจากความจำ เมื่อเด็กส่วนใหญ่พูดคุยได้มากขึ้น เขามักจะเริ่มคุยกันเอง เมื่อพี่เลี้ยงถามว่าในช่วงวันหยุดไปไหนมา เด็กๆจะตอบได้ และพูดคุยระหว่างกันเองในหัวข้อนั้นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นทักษะทางสังคมเบื้องต้น
นอกจากประเด็นเรื่องพัฒนาการ ยังมีเรื่องพฤติกรรมสุขภาพ ที่เด็กได้รับการปลูกฝังผ่านเรื่องเล่าในนิทาน ทั้งเรื่องสุขอนามัยส่วนตัวและอื่นๆ โดยพี่เลี้ยงจะช่วยกำกับหรือสอนในกิจกรรมอื่นๆไปพร้อมกันด้วย เพื่อช่วยให้แน่ใจว่าเด็กเข้าใจและปฏิบัติได้จริง

           ความประทับใจที่พี่เลี้ยงเล่ายังรวมถึงตอนที่ผู้ปกครองมารับกลับบ้าน เด็กๆจะยืมหนังสือที่ทาง daycare จัดไว้ เพื่อเอากลับไปอ่านกันที่บ้าน เด็กบางคนถึงขนาดไม่ยอมกลับถ้ายังไม่ได้เล่มที่ต้องการ ทำให้ผู้ปกครองถึงกับต้องมาขอจองเล่มนั้นไว้ตั้งแต่เช้า 

                                                                                   

เล่มไหนดีน๊าา..........................


           มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นมากมายขนาดนี้ จะยังรอช้าอยู่ทำไม ใครๆที่อยากทำเรื่องดีๆให้กับเด็กๆ แต่ยังคิดไม่ออก ลองมาเริ่มที่การอ่านหนังสือนิทานให้เด็กฟังสิคะ เพราะเป็นเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก และช่วงนี้มีหนังสือนิทานแจกให้ฟรีผ่านทางกระทรวงสาธารณสุข หวังว่าเด็กๆจะได้รับประโยชน์กันทั่วหน้านะคะ


รศ.พญ.นิชรา  เรืองดารกานนท์

 
Member Login
E-mail :
Pass :
( 54 )
เลื่อนเลือกจำนวน ที่ต้องการที่นี่ »
 
   
โครงการพัฒนาศักยภาพประชากรไทย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ชั้น 8 ถนนพระราม 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม 10400
Tel. 02-2003832  Fax 02-2003831  E-mail:thaidevelopment@hotmail.com
                  Copyright 2013 © ReadtoLive.net. All right reserved.