Menu
::: Home :::
ลงทะเบียน

 


ทักษะการเตรียมความพร้อมเพื่อการอ่านสำหรับเด็กปฐมวัย 
(Rama Pre-Read: RPR)

เด็กปฐมวัยในช่วงอายุ 4-5 ปีแรกจะมีพัฒนาการของภาษาพูดก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทั้งความเข้าใจ ความหมายและการใช้ภาษาสื่อสารเรื่องราวต่างๆได้อย่างชัดเจนจนใกล้เคียงความสามารถของเด็กในวัยเรียน โดยมีทักษะที่เกี่ยวข้องกับเสียงในภาษาพูดพัฒนาไปพร้อมกันด้วย ได้แก่ การตั้งใจฟังเสียงที่แตกต่างกันในภาษาพูด ความสามารถในการแยกแยะว่าเสียงใดเหมือนหรือต่างกัน ซึ่งอาจรวมถึงความสามารถในการเปรียบเทียบเสียงของภาษาต่างๆที่ได้ยินด้วย และทักษะในการสังเกตความเชื่อมโยงระหว่างเสียงในภาษาพูดกับตัวหนังสือที่สังเกตเห็นในโอกาสต่างๆ ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของความสามารถที่จะอ่านและสะกดคำได้อย่างแม่นยำต่อไป

ด้วยลักษณะพื้นฐานของภาษาไทยที่เป็น Alphabetic language ซึ่งคล้ายกับภาษาอังกฤษ กล่าวคือคำในภาษาอ่านเขียนจะประกอบไปด้วยหน่วยย่อยของสัญลักษณ์ (เช่น พยัญชนะ สระ เป็นต้น) และมีเสียงย่อยต่างๆ เมื่อนำมารวมกันจะเป็นคำอ่านในภาษา และตรงกับเสียงของคำนั้นในภาษาพูด เช่น คำว่า กา ประกอบด้วยพยัญชนะ ก.ไก่ และรูปสระอา เสียงย่อยคือเสียงกอ และอา รวมเป็นกา ถ้าเราพูดคำว่า กา อย่างช้าๆ เราจะได้ยินเสียง ก กับ อา สองเสียง

จากหลักฐานในงานวิจัยของต่างประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองของเด็กในช่วงวัยเริ่มหัดอ่านเขียน ทำให้ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่กำหนดนโยบายแนวทางการสอนอ่านภาษาอังกฤษด้วยหลักการ phonics instructions เป็นแนวทางหลัก ซึ่งคือการเน้นพัฒนาทักษะพื้นฐานเรื่องเสียงของภาษาและความเชื่อมโยงกับสัญลักษณ์หรือคำอ่าน นอกจากทักษะเรื่องเสียงในภาษาแล้ว องค์ประกอบอื่นที่มีส่วนในการพยากรณ์ว่าเด็กปฐมวัยจะมีความพร้อมในการอ่านออก (และรวมการเขียนสะกดได้) มากน้อยเพียงใด ยังมีจำนวนคำศัพท์ที่เด็กเก็บไว้ในหน่วยความจำ และความรู้เกี่ยวกับตัวอักษร หมายความว่าถ้าเด็กรู้จักและจดจำจำนวนคำศัพท์ได้มาก และรู้จักชื่อและเสียงของตัวอักษรมาก จะมีความพร้อมในการอ่านได้สูง ความรู้เกี่ยวกับตัวอักษร (letter knowledge) หมายถึง เด็กรู้จักว่าพยัญชนะแต่ละตัวมีชื่อเรียกว่าอะไร (ก.ไก่ถึงฮ.นกฮูก) และรู้ว่าเสียงของพยัญชนะแต่ละตัวคืออะไร เช่น ตัว ก มีเสียง กอ ตัว ฮ มีเสียง ฮอ ขณะที่ตัว ฐ ถ มีเสียงเดียวกันคือ ถอ (หรือเขียนว่า ฐอ) เป็นต้น รูปและเสียงของพยัญชนะที่มีทั้งเหมือนและต่างกัน หรือคล้ายกันในตัวพยัญชนะไทย เป็นความซับซ้อนที่เด็กต้องค่อยๆได้รับการฝึกให้มีความแม่นยำก่อนเริ่มเรียนเขียนอ่านในชั้นประถมปีที่ 1

แบบประเมินชุดนี้มีค่าอ้างอิงให้เปรียบเทียบใน 3 หัวข้อเท่านั้น ได้แก่ initial sound matching (ISM), letter naming (LN), และ rapid letter naming (RLN) ซึ่งเป็นค่าอ้างอิงที่ได้จากงานวิจัยในเด็กอายุ 5 ปี 0 เดือนจนถึง 5 ปี 11 เดือน เด็กที่มีอายุน้อยหรือมากกว่า 5 ปี สามารถลองทำแบบทดสอบเหล่านี้ได้ แต่การแปลผลอาจไม่แม่นยำ ส่วนหัวข้อที่เหลือคือ letter sound และ category naming ยังไม่มีค่าอ้างอิงปกติให้เปรียบเทียบ แต่เป็นหัวข้อที่มีงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า เป็นทักษะที่ใช้พยากรณ์ความพร้อมการอ่านได้เช่นกัน และอาจนำมาประยุกต์เป็นแบบฝึกหัดสอนเด็กได้

สุดท้าย เนื่องจากเด็กไทยส่วนมากในปัจจุบัน ไม่ได้รับการส่งเสริมให้มีทักษะความพร้อมเหล่านี้ (โดยเฉพาะเสียงของภาษาพูดหรือเสียงของตัวพยัญชนะ) ขอแนะนำให้ทำหัวข้อย่อยอื่นๆก่อน  แล้วค่อยทำ หัวข้อย่อยเรื่อง  initial sound matching (ISM) หลังสุด โดยที่เด็กอาจทำแบบทดสอบได้คะแนนน้อย ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่ามีพัฒนาการล่าช้าผิดปกติ และควรได้รับโอกาสในการพัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการอ่านต่อไป


โปรแกรมแบบทดสอบรามาพร้อมอ่าน เกิดขึ้นจากการดำเนินงานโครงการร่วมกันระหว่าง มหาวิทยาลัยมหิดล กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
หากมีความประสงค์ต้องการใช้งานแบบทดสอบนี้ offline สามารถติดต่อขอได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่

หน่วยพัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี โทร.02-201-1772-3 หรือ nichara.rua@mahidol.ac.th